อาคารที่อยู่อาศัยกับกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: จากการปรับปรุงบ้านเดิมสู่การอยู่อาศัยคาร์บอนต่ำ
อาคารที่อยู่อาศัยเป็นทั้งพื้นที่ใช้ชีวิตและแหล่งใช้พลังงาน ตั้งแต่ไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ ไปจนถึงพลังงานและวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง การยกระดับอาคารให้สอดคล้องกับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกจึงต้องทำควบคู่กันทั้งการลดความต้องการพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพระบบอาคาร ใช้พลังงานสะอาด และวางแผนปรับปรุงอาคารเดิมอย่างเป็นขั้นตอน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศรายงานว่า อาคารคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั่วโลก และราวร้อยละ 26 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในปี 2022 ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การปรับปรุงบ้านและอาคารชุดมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซ ทั้งยังช่วยลดค่าไฟและเพิ่มความสบายเมื่อออกแบบให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานจริง
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาคารที่อยู่อาศัย: ขอบเขตและแหล่งกำเนิด
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาคารที่อยู่อาศัย หมายถึงการปล่อยก๊าซจากกิจกรรมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ตั้งแต่การผลิตวัสดุและการก่อสร้าง การใช้พลังงานและน้ำระหว่างอยู่อาศัย การซ่อมบำรุง ไปจนถึงการรื้อถอนและจัดการของเสีย กรอบการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชี้ว่า การประเมินภาคอาคารควรมองทั้งการปล่อยระหว่างใช้งานและการปล่อยที่ฝังอยู่ในวัสดุและกระบวนการก่อสร้าง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะค่าไฟฟ้า
การปล่อยระหว่างใช้งานอาคาร
การปล่อยระหว่างใช้งานเกิดจากไฟฟ้าและเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น แสงสว่าง ลิฟต์ ปั๊มน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปริมาณการปล่อยขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงาน ประสิทธิภาพอุปกรณ์ พฤติกรรมผู้พักอาศัย และความเข้มการปล่อยของไฟฟ้าที่ใช้อยู่ สำหรับบ้านในเขตร้อน การทำความเย็นมักเป็นประเด็นสำคัญ เพราะความร้อนจากหลังคา ผนัง และแสงแดดเพิ่มภาระของเครื่องปรับอากาศ
การปล่อยจากวัสดุและการก่อสร้าง
การปล่อยที่ฝังอยู่ในวัสดุ หรือการปล่อยจากกระบวนการผลิตและขนส่งวัสดุ เกิดขึ้นก่อนที่ผู้อยู่อาศัยจะเริ่มใช้พลังงานในอาคาร เช่น จากปูนซีเมนต์ เหล็ก กระจก และวัสดุตกแต่ง การก่อสร้างใหม่จึงควรประเมินคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตและหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุเกินจำเป็น ขณะที่การปรับปรุงอาคารเดิมให้ใช้งานได้นานขึ้นอาจช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยจากการรื้อและก่อสร้างใหม่ ทั้งนี้ต้องพิจารณาความปลอดภัยและสภาพอาคารประกอบด้วย
เมื่อเข้าใจแหล่งกำเนิดแล้ว ขั้นต่อไปคือจัดลำดับมาตรการให้เริ่มจากการลดความต้องการพลังงาน ก่อนเพิ่มประสิทธิภาพระบบและจัดหาพลังงานสะอาด
การออกแบบและปรับปรุงอาคารที่อยู่อาศัยเพื่อลดความต้องการพลังงาน
การลดความต้องการพลังงานหมายถึงการทำให้อาคารรักษาความสบายได้โดยใช้พลังงานน้อยลง แนวทางนี้มักให้ผลคุ้มค่าในระยะยาว เพราะลดภาระของระบบปรับอากาศและอุปกรณ์อื่นก่อนที่จะลงทุนเพิ่มกำลังผลิตพลังงานสะอาด
เปลือกอาคารและการป้องกันความร้อน
เปลือกอาคารประกอบด้วยหลังคา ผนัง พื้น ช่องเปิด และอุปกรณ์บังแดด การเพิ่มฉนวนหลังคา ลดการรั่วไหลของอากาศ เลือกกระจกให้เหมาะกับทิศทาง และติดตั้งชายคาหรือแผงบังแดด ช่วยจำกัดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานของไทยใช้เกณฑ์อาคารประหยัดพลังงานกับองค์ประกอบ เช่น ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนของผนังและหลังคา รวมถึงค่าการถ่ายเทความร้อนจากรังสีอาทิตย์ของกระจก เพื่อช่วยควบคุมภาระการทำความเย็น การเลือกมาตรการควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพอาคารและความเสี่ยงเรื่องความชื้นก่อนติดตั้งฉนวน
การระบายอากาศและการจัดผัง
การจัดช่องเปิดให้รับลม การใช้พื้นที่กึ่งภายนอก และการวางผังให้ลดแดดบ่ายสามารถช่วยเพิ่มความสบายโดยไม่พึ่งเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การระบายอากาศธรรมชาติควรพิจารณาฝุ่นละออง เสียง ความปลอดภัย และความชื้น หากอากาศภายนอกมีมลพิษสูง ควรใช้ระบบกรองอากาศร่วมกับการควบคุมการระบายอากาศแทนการเปิดหน้าต่างอย่างเดียว
แสงสว่างและเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิดประสิทธิภาพสูง เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดพลังงาน และปิดอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งานช่วยลดการใช้ไฟฟ้าโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างอาคาร สำหรับเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่และภาระความร้อน ติดตั้งและบำรุงรักษาตามคำแนะนำ รวมถึงตั้งอุณหภูมิในระดับที่สบายและไม่เย็นเกินจำเป็น
มาตรการด้านอาคารจะให้ผลเต็มที่เมื่อระบบวิศวกรรมทำงานมีประสิทธิภาพและมีการติดตามการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
ระบบพลังงานและการจัดการอาคารที่อยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพพลังงานของอาคารคือความสามารถในการให้บริการที่จำเป็น เช่น ความเย็น แสงสว่าง และน้ำร้อน โดยใช้พลังงานน้อยลง สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศเสนอให้ภาคอาคารเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาด เพื่อให้การลดการปล่อยเกิดขึ้นทั้งด้านอุปสงค์และด้านแหล่งพลังงาน
ระบบปรับอากาศและการควบคุม
ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพควรเลือกตามขนาดห้องและรูปแบบการใช้งาน พร้อมติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ล้างแผ่นกรองและบำรุงรักษาตามกำหนด ระบบควบคุมเวลาและอุณหภูมิช่วยลดการทำงานโดยไม่จำเป็น ส่วนอาคารชุดควรตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบส่วนกลาง เช่น เครื่องทำน้ำเย็น ปั๊ม และพัดลม เพราะการปรับปรุงอุปกรณ์ส่วนกลางอาจให้ผลต่อผู้พักอาศัยจำนวนมาก
การวัดผลและจัดการพลังงาน
การอ่านมิเตอร์และบันทึกการใช้ไฟฟ้าเป็นประจำช่วยให้เห็นช่วงเวลาที่ใช้พลังงานสูงและตรวจพบความผิดปกติ อาคารชุดสามารถใช้ข้อมูลจากมิเตอร์ย่อยและระบบบริหารอาคารเพื่อเปรียบเทียบการใช้พลังงานของพื้นที่ส่วนกลาง ก่อนกำหนดเป้าหมายลดการใช้ที่ตรวจสอบได้ ควรรายงานทั้งการใช้พลังงานรวมและการใช้ต่อพื้นที่หรือจำนวนผู้พักอาศัย เพื่อให้เปรียบเทียบผลได้อย่างเป็นธรรม
พลังงานหมุนเวียนและการใช้ไฟฟ้าอย่างยืดหยุ่น
แผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสามารถลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบได้ หากพื้นที่รับแสงเพียงพอและโครงสร้างรองรับได้ การติดตั้งในอาคารชุดต้องคำนึงถึงสิทธิการใช้พื้นที่ส่วนกลาง การแบ่งผลประโยชน์ และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา ส่วนระบบกักเก็บพลังงานอาจช่วยใช้ไฟฟ้าสะอาดในช่วงเวลาที่ต้องการ แต่ควรประเมินต้นทุน อายุการใช้งาน และความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
นอกจากการใช้พลังงานระหว่างอยู่อาศัย การเลือกวัสดุและการยืดอายุอาคารยังช่วยลดการปล่อยที่เกิดก่อนและหลังการใช้งานได้
วัสดุและการจัดการวงจรชีวิตอาคารที่อยู่อาศัย
การจัดการวงจรชีวิตอาคารคือการพิจารณาผลกระทบตั้งแต่การเลือกวัสดุ การก่อสร้าง การใช้งาน การซ่อมแซม จนถึงการรื้อถอน แนวคิดนี้ช่วยป้องกันการลดการปล่อยด้านหนึ่งแต่เพิ่มอีกด้านหนึ่ง เช่น การเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ใช้วัสดุจำนวนมากโดยไม่ประเมินอายุใช้งาน
การเลือกวัสดุคาร์บอนต่ำ
วัสดุคาร์บอนต่ำคือวัสดุที่มีการปล่อยตลอดกระบวนการผลิตและขนส่งต่ำกว่าเมื่อเทียบกับทางเลือกที่ทำหน้าที่ใกล้เคียงกัน การเลือกควรพิจารณาข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ความทนทาน แหล่งที่มา และความเหมาะสมกับภูมิอากาศ ไม่ควรใช้คำกล่าวอ้างว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
การซ่อมแซม ใช้ซ้ำ และลดของเสีย
การบำรุงรักษาและซ่อมแซมช่วยยืดอายุอาคารและลดความจำเป็นในการรื้อถอน วัสดุหรือชิ้นส่วนที่ยังใช้งานได้อาจนำกลับมาใช้ซ้ำได้เมื่อผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย ส่วนงานปรับปรุงควรวางแผนคัดแยกของเสียและลดการสูญเสียวัสดุ การดำเนินการเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการลดการปล่อยและการใช้ทรัพยากร แต่ต้องไม่ลดทอนมาตรฐานด้านโครงสร้าง อัคคีภัย และสุขอนามัย
แผนดำเนินงานและตัวชี้วัดสำหรับยกระดับบ้านและอาคารชุด
การยกระดับอาคารให้ลดการปล่อยได้จริงต้องเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานและกำหนดมาตรการที่เหมาะกับเจ้าของบ้าน ผู้จัดการอาคาร และข้อจำกัดด้านงบประมาณ เป้าหมายควรเชื่อมโยงกับการลดการใช้พลังงานและการปล่อยจริง แทนการนับเพียงจำนวนอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
- ตรวจสอบข้อมูลค่าไฟฟ้า เชื้อเพลิง พื้นที่ใช้สอย สภาพอาคาร และอุปกรณ์หลัก เพื่อสร้างข้อมูลฐานก่อนปรับปรุง
- จัดลำดับมาตรการจากการบำรุงรักษาและการปรับพฤติกรรม ไปสู่การปรับเปลือกอาคาร เปลี่ยนอุปกรณ์ และติดตั้งพลังงานหมุนเวียน
- ประเมินต้นทุนตลอดอายุใช้งาน รวมค่าติดตั้ง ค่าบำรุงรักษา อายุอุปกรณ์ และผลประหยัดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- ติดตามการใช้พลังงานและการปล่อยหลังดำเนินงาน โดยใช้ช่วงเวลาและขอบเขตการเปรียบเทียบที่สอดคล้องกัน
- ทบทวนผลเป็นประจำและปรับมาตรการเมื่อจำนวนผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศ หรือรูปแบบการใช้พื้นที่เปลี่ยนไป
ตัวชี้วัดที่ใช้ได้ ได้แก่ การใช้ไฟฟ้าต่อพื้นที่ต่อปี ค่าไฟฟ้าพื้นที่ส่วนกลาง การใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน และปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คำนวณจากข้อมูลการใช้พลังงานจริง วิธีคำนวณควรระบุขอบเขตและปัจจัยการปล่อยที่ใช้อ้างอิง เพื่อให้ตรวจสอบและเปรียบเทียบได้
บทสรุป: อาคารที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำเริ่มได้จากการวางแผนที่เป็นระบบ
การลดก๊าซเรือนกระจกจากอาคารที่อยู่อาศัยต้องครอบคลุมทั้งการปล่อยระหว่างใช้งานและการปล่อยจากวัสดุ การลดความร้อนเข้าสู่อาคารและใช้เครื่องใช้ประสิทธิภาพสูงช่วยลดความต้องการพลังงาน การจัดการระบบและติดตามข้อมูลช่วยให้เห็นผลจริง ส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน การเลือกวัสดุอย่างรอบคอบ และการยืดอายุอาคารช่วยลดการปล่อยตลอดวงจรชีวิต
เจ้าของบ้านเริ่มได้จากตรวจสอบค่าไฟและบำรุงรักษาอุปกรณ์ ส่วนคณะกรรมการอาคารชุดและผู้จัดการอาคารควรรวบรวมข้อมูลพื้นที่ส่วนกลาง กำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้ และเปิดเผยผลการดำเนินงานแก่ผู้พักอาศัย การปรับปรุงอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้การลดการปล่อยเกิดขึ้นพร้อมกับการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความสบาย และเสริมความพร้อมของอาคารต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ รายงานสถานะพลังงานและการปล่อยของภาคอาคาร ปี 2023; คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานประเมินครั้งที่ 6 คณะทำงานที่ 3 บทว่าด้วยอาคาร ปี 2022; กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แนวทางและเกณฑ์อาคารประหยัดพลังงานของประเทศไทย
